
นานทีปีหน อาจารย์อู๋จะเขียน blog กับเขาสักที
ด้วยความที่อายุมาก สายตาเริ่มฟ้าฟาง จำต้องเก็บสายตาอันจำกัดไว้ใช้ในงานที่จำเป็น เลยไม่สามารถเขียนมาทักทายทุกท่านได้บ่อยๆ ทั้งที่คิดถึงอยู่ตลอดเวลา
ต้องออกตัวไว้ก่อน ว่า อาจารย์อู๋นั้น เห็นใจ สทศ. มากว่า ท่านก็หวังดี อยากให้ระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยไทยแต่ชื่อฝรั่งว่า Admission นั้น มันได้ผลสวยงามอย่างที่ตั้งความฝันเอาไว้
แต่ต้องขอเรียนตามตรงว่าหลังจากตามเชียร์มาจนเหนื่อย ก็ยิ่งค้นพบปรากฏการณ์ประหลาด นั่นก็คือ ระบบการรับตรง (ดีจังที่หาชื่อไทยมาใช้ได้) ของทุกมหาวิทยาลัยทั่วฟ้าเมืองไทยนั้น กำลังได้รับความนิยมส่วนทางกับความเชื่อมั่นที่ลดลงในระบบ Admission ของ สทศ.
และนี่ก็ล่วงเลยมาเกินสิบปีแล้ว ที่ พวกเราได้พยายามเปลี่ยนระบบจาก entrance อันศักดิ์สิทธิ์และหนาวสะท้านสมชื่อ มาเป็น Admission ที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ช่วงมีนาเมษาที่ไร ต้องมีเรื่องให้นักข่าวเอาไปเขียนกันอย่างสนุก แต่เด็กๆและผู้ปกครองที่เข้าสอบนั้นไม่สนุกด้วย
ด้วยความเคารพ และด้วยสายตาที่มองอย่างเป็นกลาง อาจารย์อู๋ขอวิงวอนให้ทบทวนระบบการสอบคัดเลือกในปัจจุบันเสียใหม่ เราน่าจะลดการสอบและความยุ่งยากให้น้อยลง O-net นั้นไม่ได้มีความจำเป็นเลย ควรหาแนวทางอื่นมาวัดมาตรฐานโรงเรียนได้แล้ว สอบหลายครั้งมันเครียดนะจ๊ะ
องค์ประกอบเกรดเฉลี่ยที่หวังไว้ว่าจะทำให้นักเรียนกลับไปตั้งใจเรียนในห้องเรียนนั้น คงจะไม่ใช่อย่างที่หวังไว้ เพราะสถาบันกวดวิชาและติวเตอร์ทั้งหลายนั้นกำลังร่ำรวยเอาและขยายสาขาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
แม้ว่าการคัดเลือกเข้า มหาวิทยาลัย ด้วยเกรดม.ปลายนั้น อาจจะเป็นที่นิยมในหลายๆประเทศทั่วโลก แต่อาจารย์อู๋คิดว่า เรากำลังสอบกับนักเรียนไทย และที่นี่ประเทศไทย ประเทศที่มีเอกลักษณ์เหนือขาติใดในโลก ชนชาติที่เกรดเฉลี่ยไม่เหมาะจะเอามาเกี่ยวข้องกับการสอบเป็นที่สุด
ลองนึกย้อนถึงตัวท่านเองสมัยเรียนม.ปลายก็ได้นะครับ จะได้เข้าใจเด็กๆมากขึ้น
ลองปรับลองเปลี่ยนดูหน่อย อย่ารอให้การรับตรงกลายเป็นพระเอก ส่วน admission กลายเป็นพระรองไปนะครับ
ด้วยความเคารพและเอาใจช่วยผู้ทำงานทุกท่าน
- บล็อกของ Teacher OOh
- ล็อกอิน หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น
เวอร์ชั่นสำหรับพิมพ์
ส่งหน้านี้ไปให้เพื่อน!
ระบบการศึกษาที่เปลี่ยนแปลง
เห็นด้วยกับอาจารย์อู๋นะครับ ที่ประเทศเราควรจะปรับเปลี่ยน ระบบการคัดเลือกเพื่อศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย การจัดสอบหลายครั้งอาจทำให้ผู้สอบเกิดความสับสนได้ และการที่ใช้ GPA หรือ GPAX มาใช้ในการคำนวณคะแนนนั้น ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร ด้วยความที่ทางผู้ออกข้อสอบได้ตั้งปณิธานไว้ว่า จะออกข้อสอบปราบสถาบันกวดวิชาทั้งหลาย แต่วิธีการนี้กลับทำให้สถาบันกวดวิชาต่างๆ เป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากนักเรียนหลายคนก็ไปเรียนกวดวิชาเพื่อให้ได้ผลการเรียนที่ดีขึ้น เหมือนที่อาจารย์อู๋ได้กล่าวไว้แล้ว ส่วนการสอบ GAT/PAT ในปัีจจุบัน ผมว่าเป็นข้อสอบที่วัดความสามารถของเด็กดีมากเลยครับ เพราะตอนนี้ผมอยู่ปีหนึ่งแล้ว ยังกลับไปทำข้อสอบ GAT/PAT ไม่ค่อยได้เลย แต่ก็อย่างว่าแหละครับ มันสอบหลายครั้งเกินไป ทำให้ลดโอกาสของนักเรียนที่เรียนดีแต่ฐานะไม่ค่อยดีได้ และผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจระบบการศึกษาที่ซับซ้อนเช่นนี้ ทำให้พวกเขากังวลเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร-หลานมากขึ้น ด้วยสาเหตุต่างๆ นั้น อาจก่อให้เกิดความเสื่อมของระบบศึกษาไทย จากที่ Admission ซึ่งเคยเป็นพระเอกคนสำคัญ แต่ตอนนี้เกิดระบบการรับตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆเพิ่มมากขึ้น นักเรียนหลายคนจึงมีทางเลือกทางการศึกษาของตน ทำให้บทบาทพระเอกกำลังจะเ้ปลี่ยนแปลงไปเป็นระบบการรับตรงแทน
ขอฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนครับ ช่วยฟื้นฟูระบบการศึกษาของไทยให้มีประสิทธิภาพตรงตามความตั้งใจด้วยนะครับ ระบบ Entrance เดิมก็นับว่ามีประสิทธิภาพดีแล้ว ซึ่งผมก็เข้าใจดีว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่เราก็ควรเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดี ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ผมเห็นว่าตั้งแต่เปลี่ยนระบบนี้มาเกิดปัญหา หรือข่าวที่ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาไทยทุกปี
เห็นใจน้องๆ ทุกคนนะครับที่กำลังจะสอบหรือสอบไปแล้ว ผมผ่านความรู้สึกเหล่านั้นมาแล้ว ผมเข้าใจดี แต่เราก็ควรทำหหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ไม่ว่าระบบการศึกษาจะเปลี่ยนไปเท่าใดก็ตาม เราก็ยังมีหน้าที่สอบเหมือนเดิม ทำให้เต็มที่และทำให้ดีที่สุด แล้วเราจะสามารถผ่านอุปสรรคนั้นไปได้อย่างแน่นอนครับ
เป็นกำลังใจให้ :)