
又让你们久等了 (yòuràngnǐmenjiǔděngle)[โย่วร่างหนี่เมินจิ๋วเติ่งเลอ]
ให้ทุกคนรอนานอีกแล้ว...
เข้าเรื่องเลย
(อย่างนี้จีนมีภาษิตว่า 开门见山 (kāiménjiànshān)[ไคเหมินเจี้ยนซาน]
แปลตรงตัวคือ เปิดประตูก็เห็นภูเขา ความหมายคือ พูดตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม)
คราวที่แล้วชมคุณอภิสิทธิ์ไว้ว่าหล่อกว่าคุณทักษิณ
แต่คิดไปคิดมาอาจจะมีคนไม่เห็นด้วยนะ...(ใครเหรอ??)
คราวนี้เรามาดูกันว่า การเปรียบเทียบในเชิงปฏิเสธจะมีรูปประโยคอย่างใดได้บ้าง
1.พูดกันตรงๆเลยว่า “คุณอภิสิทธิ์ ไม่หล่อไปกว่าคุณทักษิณ”
รูปประโยค คือ A 不比 B + adj.。
ตัวอย่าง : 阿披实 不比 他信 帅。
Āpīshí bùbǐ Tāxìn shuài.
2. หรือว่าใช้รูปประโยคนี้ก็ได้ในความหมายเดียวกันกับข้อ1
รูปประโยค คือ A 没有 B + (这么/那么)+ adj.。
ตัวอย่าง 1 : 阿披实 没有 他信 那么 帅吧。
Āpīshí méiyǒu Tāxìn nàme shuài ba.
ส่วนมากการใช้รูปประโยคนี้มักเป็นการแสดงความคิดเห็นก็เลยมักจะมี 吧 ตามหลังให้เห็นกันบ่อยๆ
รูปประโยคในข้อนี้ สามารถทำเป็นประโยคคำถามได้ด้วย โดยใช้ 有แทน没有 ท้ายประโยคใส่吗?
รูปประโยค A 有 B + (这么/那么)+ adj.吗?
ตัวอย่าง 2: 阿披实 有 他信 这么 帅 吗?
Āpīshí yǒu Tāxìn zhème shuài ma?
คุณอภิสิทธิ์หล่อกว่าคุณทักษิณเหรอ?
(ถ้ามีประโยคต่อท้ายจะเป็น “ไม่มีทางซะล่ะ” หรืออะไรทำนองนี้)
เวลาพูดประโยคในรูปประโยคข้อสองนี้ต้องมีอารมณ์ของการพูดแบบเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองพูดออกมา ซึ่งแตกต่างกับข้อ1 ที่ ข้อ1เป็นการพูดในเชิงข้อเท็จจริง แต่ข้อ2 อยู่ในเชิงของการแสดงความคิดเห็นมากกว่า
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าว่ากันตามหลักไวยากรณ์ก็มีความหมายคล้ายๆกัน
ส่วนเรื่องของ这么/那么 ก็ตามแต่สะดวก
ส่วนมากก็วัดกันที่ระยะห่างของผู้พูดกับ B เมื่อเทียบกับA
ระยะห่างที่ว่านี้ รวมทั้งระยะทาง ความใกล้ชิดด้านความสัมพันธ์ การเป็นพวกเดียวกันด้วย
ถ้าใกล้ชิดกับ B มากกว่าAก็ใช้这么
เช่นในกรณีตัวอย่างที่ 2 อาจตีความได้ว่าผู้พูดเป็นพวกคุณทักษิณ
3.เหมือนข้อ2 แค่เปลี่ยน没有 เป็น 不如 เท่านั้น
รูปประโยค คือ A 不如 B + adj.。
รูปประโยคข้อนี้มีโปรโมชั่น คือ สามารถพูดว่า A 不如 B. ได้เลยโดยไม่ต้องมี adj ตามหลัง
ในกรณีที่เรารู้อยู่แล้วว่าพูดเรื่องอะไรกันอยู่
เช่น ในกรณีนี้เรารู้อยู่แล้วว่าคุยกันในเรื่องความหล่อ ก็บอกไปเลย
阿披实 不如 他信。
Āpīshí bùrú Tāxìn.
เท่านี้ก็เป็นที่เข้าใจว่า คุณอภิสิทธิ์หล่อไม่เท่าคุณทักษิณ
การเปรียบเทียบนี่ก็ยังมีแบบอื่นๆอีกนะคะ เอาไว้มีโอกาสค่อยว่ากันใหม่
ครั้งต่อไปเป็นเรื่องอะไร โปรดติดตาม...
(ถ้าเป็นในทีวีจีน เวลาคั่นรายการโทรทัศน์ เค้าจะดึงดูดใจผู้ชมโดยการใช้คำว่า
"回来更精彩“ (huíláigèngjīngcǎi)[หุยไหลเกิ้งจิงไฉ่]
แปลว่า กลับมาช่วงหน้าสนุกกว่านี้อีกนะ 55)
- บล็อกของ e_mee_woy
- ล็อกอิน หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น
เวอร์ชั่นสำหรับพิมพ์
ส่งหน้านี้ไปให้เพื่อน!
สนุกจริงๆ
ชักอยากไปเรียนภาษาจีนเพิ่มซะแล้ว
เขาจำกัดอายุมั้ยนะ
คู่ืมือเตรียมสอบ GAT (เชื่อมโยง) ที่อ่านสนุกที่สุด "พิชิต GAT ฉบับแพนด้า"
ขอบคุณที่สนุกค่ะ
รู้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งภาษา
อาจทำให้อ่านหนังสือเพิ่มได้อีกหนึ่งร้อยเล่ม
ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติเพิ่มได้อีกหนึ่งพันเท่า
"เขา"ว่า ชีวิตคือการเรียนรู้
"เขา"ว่า การศึกษาไม่จำกัดอายุ
ว่าแต่..."เขา" นี่ ใครเหรอคะ ฮ่าฮ่า
หรือว่าลองเปิดห้องเรียนออนไลน์กันดู
ไม่ต้องเสียสตางค์มาไกลถึงเมืองจีน
ใช้ยังไงง่า
พี่มี่ค้ะ 开门见山อ่ะคะ
ถ้าอยากใข้เวลาพูดอ่ะ จะพูดยังไงอ่ะคะ
ลองยกตัวอย่างประโยคคราวๆให้หน่อยนะคะ
ขอบคุณค้ะ
(ปล. ไว้พี่มี่อัปเดตบ่อยๆ น้องมุกไม่ต้องอ่านเลยหนังสือเลยอ่ะคะ)
อิอิ
ลองใช้开门见山กันดู
ขอบคุณน้องมุกที่ติดตามนะคะ
ถ้าอยากจะใช้คำที่เราได้รู้มาใหม่ ก็ลองสมมติสถานการณ์ดู
เรื่องแรก
น้องมุกเดินเข้าไปหาปาป๊า อยากจะซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่
แต่ด้วยความเกรงใจ บวกกับกลัวว่าจะโดนดุ จึงเกิดอาการอ้ำอื้ง :
"ปาป๊าคะ เอ่อ.. อ่า... คือว่า..."
ด้านปาป๊า เห็นทีท่าน้องมุก เข้าทำนอง อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ผนวกกับความรำคาญเล็กน้อย จึงบอกกับน้องมุกว่า:你开门见山地说吧。
(nǐkāiménjiànshāndeshuōba)
แปลว่า "มีอะไรก็พูดมาตรงๆเถอะ(มัวแต่อ้ำๆอื้งๆอยู่ได้)"
เรื่องที่สอง
วีระ รักมานี มานมนาน วันนี้จะขอมานีแต่งงาน
ค่ำวันเกิดเหตุ ที่ร้านอาหาร เมื่อทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ
วีระไม่พูดพร่ำทำเพลง พูดกับมานีว่า:"มานี เราแต่งงานกันเถอะ"
สถานการณ์เช่นนี้ เรียกว่า วีระ开门见山地向她求婚。
วีระ Kāiménjiànshāndìxiàngtāqiúhūn。
คือ วีระขอแต่งงานกับมานีอย่างตรงไปตรงมา
(向⋯⋯求婚 xiàng⋯⋯qiúhūn ขอ...แต่งงาน)
เรื่องที่สาม
ความจริงแล้ว ตลอดระยะเวลาท่ีผ่านมา มานีไม่เคยรักวีระเลย
เธอจึงตอบวีระกลับไปอย่างทันควันว่า :"ไม่"
สถานการณ์เช่นนี้ เรียกว่า วีระหน้าแตก เอ๊ย!
เรียกว่า มานี也开门见山地拒绝了。
มานีyěkāiménjiànshāndìjùjuéle。
มานีก็ปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน
(拒绝 jùjué ปฏิเสธ)
คำว่า开门见山นี้ ส่วนใหญ่ก็เห็นใช้โดดๆ เป็นสุภาษิต
ถ้าในทางหลักไวยากรณ์ ก็ใช้เป็นส่วนขยายไว้หน้ากริยา
ซึ่งก็มักจะเป็นกริยาที่เกี่ยวกับการพูดว่า "อย่างตรงไปตรงมา", "อย่างไม่อ้อมค้อม"เป็นต้น
จึงมักเห็นสำนวนว่า 开门见山地说 อยู่บ่อยๆจ้า
รุ้อะไรใหม่ๆต้องหาวิธีนำไปใช้ใช้ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการ "เรียนรู้" นะจ๊ะ
ตอบ ปล.
พี่มี่ีเสนอว่า
อ่านหนังสือเป็นหลัก แล้วใช้เวปอาจารย์อู๋ให้ความรุ้เพิ่มเติิมจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่านะคะ
ที่ว่าอย่างนี้เพราะว่าถ้ารออัพเดท สงสัยไม่ทันเนื้อหาที่ต้องสอบแน่เลย 55